"สุขภาพ" ของ "ผู้หญิง" กับเทรนด์ "กัญชา" ในต่างประเทศ!

"สุขภาพ" ของ "ผู้หญิง" กับเทรนด์ "กัญชา" ในต่างประเทศ!

โดย ไทยรัฐออนไลน์
 
12 มี.ค. 2562 12:41 น.

คราวที่แล้ว เรานำเสนอประสบการณ์ของ "ผู้หญิง" ชาวอเมริกันคนหนึ่ง ที่ใช้ "กัญชา" ช่วยรักษาอาการเจ็บปวด จากการป่วยโรค MS ซึ่งมันได้ผลกับเธอมากทีเดียว อ่านเพิ่มเติม ผู้หญิงป่วย MS ที่ใช้ "กัญชา" รักษา

ครั้งนี้เราจะพาไปดูเทรนด์การใช้ "กัญชา" ในต่างประเทศ ที่นอกจากจะใช้ในทางการแพทย์แล้ว ยังถูกนำมาพัฒนาเป็นอาหารเพื่อ "สุขภาพ" อีกด้วย

สหรัฐอเมริกา มีการประกาศใช้ "กัญชา" ได้อย่างถูกกฎหมายได้แล้วในหลายๆ รัฐ แน่นอนว่าใช้เพื่อทางการแพทย์ ซึ่งในบางรัฐก็อนุญาตในเรื่องสันทนาการด้วย ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาไปส่องเทรนด์การใช้ "กัญชา" เพื่อ "สุขภาพ" ของพวกเขากัน!

"ผู้หญิง" กับเทรนด์กัญชาในต่างประเทศ!

ขออธิบายก่อนว่า ในต่างประเทศเขาก็ไม่ได้อนุญาตให้ประชากรออกมาดูดปุ้นได้ทั่วไปตามท้องถนนหรอกนะ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าส่วนใหญ่นำมาใช้ในทางการแพทย์ และใช้ในอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อผ่อนคลายจิตใจ ซึ่งมักจะมาในรูปแบบ "น้ำมันกัญชาสกัด" ซึ่งผู้หญิงในต่างประเทศตอนนี้ เริ่มตื่นตัวและให้ความสนใจเกี่ยวกับกัญชาบำบัดมากขึ้น

โดยทั่วไปสารออกฤทธิ์ใน "กัญชา" หลักๆ คือสารในกลุ่ม "แคนนาบินอยด์" (THC และ CBD) ซึ่งมีอยู่ในร่างกายของมนุษย์อยู่แล้วด้วย ถ้าร่างกายผลิตมันได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้คลายความกังวล ลดความเศร้า ซึ่งในบางคน สารตัวนี้ไม่ได้ถูกผลิตออกมาอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้คนคนนั้นเกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวล 

"กัญชา"

สารสำคัญในกัญชามี 2 ตัว คือ THC ที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ (แต่ยังมีผลข้างเคียงต่อระบบประสาท) และสารอีกตัวคือ CBD ที่ช่วยให้ผ่อนคลายเหมือนกัน แต่สารนี้ไม่ส่งผลให้มึนเมาแต่อย่างใด โอ้วแม่เจ้า! นี่แหละ...จึงเป็นที่มาของเทรนด์ "กัญชา" เพื่อ "สุขภาพ" ที่กำลังเป็นกระแสมาแรงในทั่วโลก

บำบัดอารมณ์ "ผู้หญิง" ด้วยกัญชา

กัญชาถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ในทางการแพทย์ เช่น การรักษาอาการเจ็บป่วยสำหรับ "ผู้หญิง"ในหลายๆ รูปแบบ ในด้านการบำบัดอารมณ์และโรคในผู้หญิงบางโรค

- อาการที่เฉพาะสาร THC ช่วยบรรเทาได้ : อาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ กล้ามเนื้อกระตุก

- อาการที่เฉพาะ CBD ช่วยบรรเทาได้ : ไมเกรน ซึมเศร้า การอักเสบของกล้ามเนื้อ ต้อหิน ลมชัก และอาการทางจิต

- อาการที่สารทั้ง 2 ช่วยได้ : ความเจ็บป่วย ความวิตกกังวล

1. กัญชาในร้านกาแฟ Denver, Colorado

หนึ่งในเมืองที่มี "กัญชา" ถูกกฎหมายในต่างประเทศ ก็คือ เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด, สหรัฐอเมริกา ที่นี่มีร้านกาแฟที่ชื่อว่า Coffee Joint ซึ่งเป็นร้านกาแฟแนว Community ร้านแรกของประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายกัญชาที่ผสมกับเครื่องดื่มให้ลูกค้าได้

โดยตั้งแต่ปี 2016 เมืองเดนเวอร์ประกาศให้ธุรกิจอาหารผสมกัญชา ขายได้แบบถูกกฎหมาย แต่ก็ต้องมีการขออนุญาตตามขั้นตอน สำหรับร้าน Coffee Joint ต้องทำเรื่องขออนุญาตและขั้นตอนต่างๆ ยาวนานถึง 1 ปี กว่าจะเปิดร้านแห่งนี้ได้ในที่สุด 

ภาพจากร้านกาแฟ The Coffee Joint

แต่ก่อนที่คุณจะเข้าไปใช้บริการในร้าน Coffee Joint ได้นั้น คุณจะต้องลงทะเบียนในชื่อจริงของคุณ ต้องมีอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด และแจ้งชื่อผู้ที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินด้วย

ภายในร้านเป็นบรรยากาศที่ชิลมากๆ สามารถทำงานในรูปแบบที่เรียกว่า Co-working Space ได้ด้วย มีบริการฟรี Wi-Fi, น้ำดื่ม และกาแฟถ้วยแรกฟรี (แต่คิดค่าเข้าคนละ 5 เหรียญดอลลาร์ฯ หรือไม่ต้องจ่ายค่าเข้าแต่ต้องซื้อของในร้าน)

2. ร้านอาหารกัญชา Tempe, Arizona

The Mint Dispensary เป็นร้านอาหารครัวกัญชาเต็มรูปแบบแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา อยู่ที่เมืองเทมพี ฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ที่นี่มีห้องครัวสุดทันสมัย ให้บริการทั้งอาหารเช้า กลางวัน และเย็น มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย เช่น พิซซ่า พาสต้า เบอร์เกอร์ ทาโก้ มันฝรั่งทอด เครื่องดื่ม ขนม และอาหารผสมกัญชาอื่นๆ สำหรับผู้ป่วยที่ต้องบริโภคกัญชา เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดจากโรคต่างๆ 

อาหารและขนมของทางร้าน จะมีการผสมน้ำมันกัญชาในปริมาณ 10 มิลลิกรัมต่อ 1 เมนู (โดยทั่วไป สำหรับคนที่ไม่สูบบุหรี่ ร่างกายจะสามารถรับสารกัญชาได้ในปริมาณ 10-25 มก.)

เชฟ "ผู้หญิง" ของร้านนี้ เธอมีชื่อว่า Chef Carylann Principal เธอเคยเป็นโรคมะเร็ง และต้องต่อสู้กับอาการป่วยนั้นมาก่อน เธอจึงได้สร้างสูตรอาหารผสมกัญชาขึ้นมา เพื่อบรรเทาอาการป่วยเหล่านั้น และอยากแบ่งปันความรู้ทางโภชนาการจากร้านของเธอกับ "ผู้หญิง" คนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้กับ โรคมะเร็งเหมือนอย่างที่เธอเคยสู้มาแล้ว

เธอจะปรุงอาหารเพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยที่มี ใบสั่งยาประเภท MMJ ตามคำสั่งแพทย์ (ใบสั่งยาที่อนุญาตให้แพทย์ใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคได้) เท่านั้น ถึงจะสามารถซื้ออาหารในร้านนี้ได้ นอกจากนี้ ที่ร้านยังเปิดคอร์สสอนทำอาหารผสมกัญชาฟรี! ในทุกๆ วันอาทิตย์ อีกด้วย

ภาพจาก The Herbal Chef

3. เรสเตอรองท์กัญชา Los Angeles 

อีกหนึ่งแห่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมี "กัญชา" เสิร์ฟให้คุณได้ นั่นคือ ร้านอาหารหรู The Herbal Chef ตั้งอยู่ในรัฐลอสแอนเจลิส ที่นี่เสิร์ฟอาหารผสมกัญชาแบบคอร์ส 10 เมนู ในรูปแบบอาหารชั้นสูงที่มีนักชิม "ผู้หญิง" ให้ความสนใจกันมากทีเดียว

โดยมีหัวหน้าเชฟ คือ Chris Sayegh เขาจะปรุงอาหารผสมกับน้ำมันกัญชา โดยหลังจากรับประทานแต่ละเมนูเข้าไปแล้ว สารในกัญชาจะออกฤทธิ์หลังจากนั้นประมาณ 45 นาที ถึง 90 นาที 

แต่ละเมนูของเชฟ Sayegh จะใช้น้ำมันกัญชาในปริมาณที่แตกต่างกันไป แต่เมื่อรวมกันทุกเมนูในคอร์สนั้นแล้ว จะมีไม่เกิน 10 มิลลิกรัม ซึ่งอาหารบางเมนูเชฟจะเลือกใช้เฉพาะน้ำมันกัญชาที่มีสาร THC เท่านั้น แต่กับอีกจาน เชฟก็เลือกใช้กัญชาที่มีสาร CBD ซึ่งมีความเหมาะสมแตกต่างกันไป

เอาเป็นว่า...แต่ละร้านก็มีเมนูอาหารกัญชาแตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ เค้าใช้ "กัญชา" เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยให้ดีขึ้น ซึ่งมันก็มีผลต่อ สุขภาพจริงๆ เรื่องราวของสุขภาพยังมีอีกมากมาย โดยคุณสาวๆ สามารถติดตามเรื่องราว "สุขภาพ" ดีๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ.

ที่มา : TheCoffeeJointabc15westwordnrnbillionaireththeherbalchef

004986
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
66
83
290
4424
942
1798
4986

โมบายแอปพลิเคชัน

ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้​ 

 

appstore

 

playstore

ติดตาม กรมการแพทย์แผนไทยฯ

ผ่านทางโซเชียลมีเดีย​ได้ที่ 

 

facebook icon youtube icon youtube icon 02

 

en

logo DTAM 2017

สำนักงานวิจัยการแพทย์แผนไทย

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

693 ถ.บำรุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ 10100

โทรศัพท์ : (+66) 0-2224-3265